รีวิว ซีรี่ย์ Keep breathing จนกว่าจะหมดลม

ซีรี่ย์ Keep breathing

รีวิว ซีรี่ย์ Keep breathing จนกว่าจะหมดลม

ซีรีส์แนวเอาตัวรอดที่เต็มไปด้วยการกระทำบ้าๆ ดูหนังฟรี ไม่สมเหตุผลเกินมนุษย์ปกติทำกัน แล้วก็แทบไม่ได้มีฉากเอาตัวรอดจากภัยในป่าอย่างที่ล่อคนดูไว้เลย Keep Breathing (2022) มีน้อยมากจนเหมือนฉากลูกเสือเข้าแคมป์ในป่ามากกว่ารอดตายจากเครื่องบินตกกลางป่าลึก วิวทิวทัศน์ก็วนเวียนอยู่ไม่กี่ที่จนดูหลอกๆkeep breathing 2022 เต็มเรื่อง

สิ่งเลวร้ายซ้ำคือการที่ทั้งเรื่องเอาแต่แฟลชแบ็คชีวิตนางเอกดราม่าบลาๆ ไปกับเรื่องทั่วไปที่ไม่ได้มาช่วยส่งเสริมเหตุการณ์เอาตัวรอดในป่าเลย เป็นการยัดเยียดให้คนดูอะไรก็ไม่รู้แบบที่เขาไม่ได้ต้องการเลยสักนิด และที่เลวร้ายที่สุดคือฉากจบที่ไร้เหตุผลสุดๆ ว่าทำแบบนี้แล้วรอด จนเหมือนโดนหลอกมาดูอะไรก็ไม่รู้ไม่ใช่แนวเอาตัวรอดอย่างที่โปรโมทไว้เลย

ซีรี่ย์ Keep breathing
ซีรี่ย์ Keep breathing จนกว่าจะหมดลม

คิดว่าจะเป็นซีรีส์แนวเอาชีวิตรอดให้ได้ในป่าแบบข้มข้นเหมือนการ์ตูนผู้รอดตาย ต้องรอด หรือแบร์กริลทำนองนั้น แต่พอได้ดูจริงๆ keep breathing สปอย นี่กลับเป็นซีรีส์ที่แทบไม่ได้นำเสนอเรื่องราวการเอาชีวิตรอดอะไรเลยแบบที่คิด ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยสิ่งที่คนไม่อยากดู แต่ต้องถูกบังคับให้ดู และไม่เกี่ยวข้องกับการเอาชีวิตรอดตามชื่อเรื่องแต่อย่างใด

เรื่องราวของ ลิฟ ทนายด้านหลักทรัพย์ที่เก่งและบ้างาน ดูหนังออนไลน์ ในชีวิตเธองานสำคัญว่าสิ่งอื่นเสมอ เธอมีเหตุผลจำเป็นต้องบินไปอินูวิก แต่ไฟล์บินของเธอดันยกเลิก เหตุเพราะอากาศแปรปรวน เธอจึงขอบินไปกับชายแปลกหน้าสองคนโดยเครื่องบินส่วนตัว แต่แล้วเครื่องบินก็ตกกลางป่าลึก เธอผู้ที่รอดคนเดียว และไม่มีใครรู้ว่าเธอมากับเครื่องบินลำนี้ การเอาชีวิตรอดในป่าใหญ่คนเดียวแถมยังไม่มีน้ำและอาหาร ลิฟจะอย่างไรให้รอดออกจากป่านี้

การดำเนินเรื่องสลับระหว่างการใช้ชีวิตกลางป่าของลิฟหลังเหตุการณ์เครื่องบินตก กับการนึกย้อนอดีตถึงปมชีวิตที่ทำให้ลิฟ เป็นคนเย็นชา ไม่มีหัวใจ สนใจแต่เรื่องงาน ช่วง 4 ตอนแรกแบ่งสัดส่วนการดำเนินเรื่องสลับไปมาได้ลงตัว น่าติดตามต่อเนื่อง แต่ช่วงหลังเอื่อย ๆ ชวนง่วงไปหน่อย แต่โดยรวมถือว่าสนุก ปมน่าสนใจทั้งเรื่องชีวิตของทนายสาวหญิงแกร่ง และ เรื่องการเอาตัวรอดคนเดียวในป่าลึก

Keep breathing ซับไทย

จนกว่าจะหมดลม มี 6 ตอน แนวเอาชีวิตรอด

เป็นซีรีส์ความยาวตอนละ 30 นาที keep breathing พากย์ไทย มีทั้งหมด 6 ตอน ตลอด 6 ตอนที่ดูมา รีวิวซีรี่ย์ หนังดำเนินเรื่องแบบตัดสลับช่วย เวลาในชีวิตของลิฟ ไปมาตลอดทั้งเรื่อง มีทั้งหมดสามช่วงเวลาคือ ตอนเด็กที่เกี่ยวกับพ่อแม่ ตอนทำงานชีวิตและความรัก และตอนปัจจุบันที่ต้องเอาตัวรอดในป่า แม้ ซีรีส์จะตัดสลับไปมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้เรางง หรือเข้าใจเนื้อเรื่องยากเลย เป็นการตัดสลับที่เรียบเรียงมาแล้ว

Keep Breathing หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Breathing (2022) ชื่อภาษาไทย จนกว่าจะหมดลม เป็นชื่อที่อธิบายเนื้อเรื่องได้ชัดเจนที่สุด ตัวเอกพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตให้รอดอยู่ต่อไป กับการต้องนอนกลางดินกินกลางทราย เรียกว่าขุดวิชาลูกเสือที่เคยเรียนในอดีตมาใช้ในชีวิตจริงก็คราวนี้แหละ ทั้งห้ามเลือด ก่อไฟ และอื่น ๆ ทำดีน่าสนใจ

ถ่ายทำกันทั้งในสตูดิโอและในป่าลึก เขตแม่น้ำ Cheakamus ในรัฐบริติช โคลัมเบีย ฝั่งตะวันตกของประเทศแคนาดา อิ่มเอมไปกับธรรมชาติที่งดงาม แม่น้ำและป่าสน ภายสวยดีเด่นชนะเลิศ ทั้งพระอาทิตย์ตกดิน แสงเหนือ เครื่องบินในน้ำ หรือซีนอ่างน้ำตัน ฯ สร้างสรรค์ภาพในการเล่าเรื่อง และพิถีพิถันการนำเสนอสุด ๆ

แนวระทึกขวัญ แต่ไม่ระทึกมาก ไม่มีสะดุ้งหรือลุ้นปิดตา เล่าเรื่องเรื่อย ๆ อาจมีซ่อนตาดำ แต่ส่วนตัวชอบนะชอบที่ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้หญิง เมลิสซา บาร์เรรา แสดงดี สุดยอดแห่งความผจญภัย ทั้งว่ายน้ำ ดำน้ำ ช่วยชีวิตคน ปีนต้นไม้ เดินป่า ฯ ดูแล้วก็ลุ้นอยากรู้ว่าตอนจบจะลงเอยอย่างไร

แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากเรื่องนี้คือ ถ้ากำลังเล่นโยคะหรือเรียนคลาสทำสมาธิ แล้วคุณครูผู้สอนบอกให้ผ่อนคลายและจินตนาการว่า กำลังนอนบนพื้นดินกลางป่าคนเดียว ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ มีเสียงน้ำไหล ฟ้าสีฟ้า หลังจากดูเรื่องนี้แล้วคงยากที่จะผ่อนคลายจากจินตนาการนี้

ซีรี่ย์ Keep breathing น่าดู

ตัวละครไม่เยอะ เน้น การแสดง

เมลิสซา บาร์เรราสวยหุ่นดีกล้ามแน่นเหมาะกับบท ลิฟ รีวิวซีรี่ย์ต่างชาติ น่าดู ทนายสาวเก่ง ดูสตรอง มีความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ สาวเมลิสซาเคยมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง In the Height และ Scream Reboot ติดตามเธอได้ทางไอจี

ใครชอบแนวเอาชีวิตรอด ลองรับชม Keep Breathing (2022) ผู้หญิงคนเดียวรอดจากเครื่องบินตก ต้องทำอย่างไรถึงจะมีลมหายใจจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ ตรงนี้น่าสนใจ ดำเนินเรื่องสลับปมชีวิตในวัยเด็กและวัยทำงาน กับเรื่องการเอาตัวรอด สนุกน่าติดตาม เมลิสซา บาร์เรรา นักแสดงหญิงเก่งเอาอยู่ทั้งเรื่อง ภาพธรรมชาติสวยงาม

ตัวละครในซีรีส์ค่อนข้างน้อย ตัวหลักเลยคือลิฟ แสดงโดย เมลิสซา บาร์เรลา(Melissa Barrera) เอาจริงเราว่าเธอเอาบทอยู่ทั้งเรื่องเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นพาร์ททำงานหรือพาร์ทเอาชีวิตรอด นักแสดงทำออกมาได้ดีผ่านแววตาสีหน้า ไม่ว่าจะเข้มแข็ง เสียใจ ผิดหวัง เธอเอาอยู่จริงๆ ส่วนนักแสดงคนอื่นๆก็แสดงดีตามมาตรฐาน

ในส่วนของการเอาชีวิตรอดเริ่มแรกหลังจากเครื่องบินตกก็ดูเหมือนจะพอเข้าท่านิดๆ เมื่อนางเอกพยายามก่อไฟแต่ก่อไม่ได้ด้วยวิธีการปั่นไม้ หรือการหเ่มเลือดที่ใช้ไม้ขันชะเนาะให้แน่นก็พอให้คิดว่า เออ เรื่องน่าจะพยายามนำเสนอแนวทางที่สมจริงกว่า แต่เปล่าเลยหลังจากนั้นตัวเรื่องมีแต่การกระทำที่ไม่เข้าท่า ไร้เหตุผล

ซีรี่ย์ Keep breathing จนกว่าจะหมดลม

ไม่เหมือนคนปกติเขาทำกันด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างฉากที่นางเอกก่อไฟได้แล้วต้องต้มน้ำกินจะได้สะอาด แต่นางเอกกลับเอามือไปแตะภาชนะที่ต้มน้ำแล้วพึ่งรู้ว่าจับไม่ได้ นี่ก็งงแล้วหนึ่ง แต่เรื่องยังให้นางเอกทำอะไรโง่ๆ อย่างเอาน้ำดับไฟที่พยายามก่อจนติดขึ้นเพื่อรอให้น้ำเย็นจะได้ตักกินได้ ทั้งๆ

ที่เสื้อผ้า ผ้าเปียกหรืออะไรมากมายที่จะเอามาจับได้ไม่ให้โดนมือก็มีเต็มไปหมดทั้งฉาก หรือการดำน้ำไปงมวิทยุในเครื่องบินมาโดยหวังว่ามันจะใช้ได้ ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยการกระทำที่ไม่สมเหตุผลเกินคนปกติไปมาก โดยที่ตัวละครนางเอกที่เป็นทนายก็ถูกปูว่าเป็นคนฉลาดมากอีกด้วยนะ เป็นอะไรที่ย้อนแย้งกันสุดๆ จนไม่เข้าใจเลยว่าคนเขียนบทเรื่องนี้เขียนออกมาได้ยังไง

ไม่มีแม้แต่การเปิดสารคดีแบร์กริลหรือหนังสือเอาตัวรอดในป่าสักเล่มตอนเขียนบทหรือไง (แบบเรียนลูกเสือยังมีอะไรอะไรดีกว่าเรื่องนี้อีก) เพราะทั้งเรื่องไม่มีอะไรที่เข้าท่าเลยจริง แล้วก็มีอุปสรรคที่ต้องเอาตัวรอดไม่กี่อย่างจนเหมือนนางเอกไปติดป่าละเมาะข้างบ้านมากกว่าจะเป็นการเอาตัวรอดในป่าลึกแคนาดาจริงๆ ภาพสวยๆ จากโลเกชั่นในป่ายังแทบไม่มีให้เห็นเลย เหมือนถ่ายกันไม่กี่ที่ข้างแม่น้ำแค่นั้น

แฟลชแบ็คพร่ำเพรื่อ แต่ที่แย่กว่าฉากเอาตัวรอดไม่สมเหตุผลนั่นคือการที่เรื่องพยายามแฟลชแบ็คพร่ำเพรื่อไปยังทุกๆ อย่างในชีวิตนางเอก โดยที่แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเอาตัวรอดในป่านี้เลย (มีฉากเดียวคือแฟลชแบ็คถึงตอนเด็กที่ครูสอนเรื่องทำเข็มทิศใช้เอง) ทำให้เรื่องดูยืดเยื้อโดยไร้เหตุผล แม้จะพยายามปูว่านางเอกตั้งท้องอ่อนๆ แบบไม่ตั้งใจ เลยต้องพยายามเอาตัวรอดให้ได้ แต่แฟลชแบ็คก็ไมไ่ด้ช่วยส่งเสริมอะไรตรงนี้เลยด้วย มีแต่เรื่องพระเอกมีคนมาจีบ

บางทีก็วีนเขาโดยไม่มีเหตุผล กลายเป็นฉากแฟลชแบ็คเหล่านี้คือการยัดเยียดอะไรที่น่ารำคาญมากๆ ให้คนดูที่ตั้งใจมาดูฉากเอาตัวรอด แต่กลับเจอแต่เรื่องชีวิตของนางเอกเยอะสุดๆ ขนาดที่ตีเป็นสัดส่วนก็คงสัก 70/30 เลย เพราะฉากเอาตัวรอดอะไรนี่น้อยมากจริงๆ

ที่ว่าแย่หนักๆ แล้วก็ยังมีเรื่องแย่มากกว่านี้อีก เมื่อคิดว่าตอนจบของเเรื่องอาจจะมีพีคอะไรน่าสนใจบ้าง แต่เปล่าเลย เรื่องราวจบลงแบบโง่ๆ เป็นการกระทำที่งี่เง่าที่สุดของเรื่อง แล้วก็ไม่สมเหตุผลในแง่การเอาชีวิตรอดได้จริงๆ ด้วย เป็นตอนจบแบบเหมือนคิดมุกไม่ออกเลยเอามันแบบนี้แหละ ซึ่งเป็นอะไรที่ดูถูกคนดูสุดๆ อย่างไม่น่าเชื่อเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้สร้างมาโดยตั้งใจธีมเอาชีวิตรอดได้ยังไงกัน

ซีรีส์ไม่ได้ทำให้ ออกมาเอาชีวิตรอดแบบหนักๆ ซีรีส์จะมีพาร์ทอดีตมาแทรก จึงทำให้เราดูไม่ต่อเนื่อง จากที่ลุ้นๆอยู่ฉาก ก็ตัดไปอดีตไรงี้ มาว่าถึงพาร์ทอดีตกันดีกว่า พาร์ทตอนเด็กหนังจะเล่าถึง แม่ที่เป็นศิลปินวาดรูปและมีอาการจิตอยู่ ส่วนพาร์ทที่สองคือชีวิตตอนโตของลิฟ ซึ่งเล่าถึงการ จริงจังกับงาน และความรักของเธอ ซีรีส์จะค่อยๆใส่พาร์ทอดีตของ ลิฟสลับกับปัจจุบัน ทำให้ซีรีส์ไม่ค่อยลุ้นกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ในส่วนนี้เราไม่ติดอะไรเลย ซีรีส์เรียบเรียงเหตุการณ์ อดีตกับปัจจุบันได้ดีมาก เหตุการณ์มีการสอดคล้องกัน จึงทำให้การดูเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่าย

การเอาชีวิตรอดของเธอถือว่าทำได้ดี

การเอาตัวรอดกลางป่า ของลิฟไม่ค่อยน่าลุ้นและตื่นเต้นสักเท่าไร อาจเป็นเพราะซีรีส์ตัดสลับไปมา การเอาชีวิตรอดของเธอถือว่าทำได้ดี เพราะซีรีส์ได้ว่างตัวละครนี้มา ให้ฉลาดและเอาตัวรอดเก่ง และมันก็สอดคล้องกับความเก่ง ของเธอในการเอาตัวรอดในป่าคนเดียว การอยู่ในป่าคนเดียว ทำให้เธอมีอาการหลอนบ้าง บางครั้งก็มีเสียงหรือภาพ คนอื่นมาแทรกหรือพูดคุยกับเธอ จริงๆมันไม่ได้เป็นผีหรืออะไรหรอก มันเป็นความรู้สึกในใจลิฟมากกว่า แต่ซีรีส์ทำออกมาให้เป็นภาพและเสียง ส่วนตัวเราว่ามันโอเคเลยที่ทำแบบนี้ มันช่วยให้ไม่น่าเบื่อและเข้าใจความรู้สึกตัวละครได้ง่าย

เราจะได้เห็นนิสัยของลิฟในช่วงโต ช่วงนี้เป็นการเล่าความเป็น มาและปมในใจเธอได้ดีและเข้าใจง่ายที่สุด ทนายสาวที่มีความเก่งและบ้างานขั้นสุด เพื่อปิดบังความอ่อนแอของตัวเอง ฉากที่เพื่อนที่พ่วงตำแหน่ง ผู้ช่วยเข้ามาขัดเวลาทำงาน เพื่อจะบอกลิฟว่าพ่อเธอนั้นอาการทรุดและต้องการให้เธอไปดูเขา ฉากนี้เราเห็นแววตาลังเลและสับสนของลิฟ แต่เธอกล่าวปฏิเสธที่จะไปและก็ทำงานต่อ เธอทำงานเพื่อปิดบังความอ่อนแอ และก็ชายหนุ่มแดนนี่เพื่อนร่วม งานที่เธอรู้สึกดีด้วย แต่เธอก็ปฏิเสธแดนนี่เพราะยิ่งเธอไว้ใจเขาเท่าไร ความอ่อนแอของเธอจะเผยออกมามากเท่านั้น

นี่เป็นลิมิเต็ดซีรีส์ที่ผู้เขียนขอมอบตำแหน่งยอดแย่ที่สุดที่เคยดูมาเลย เพราะที่ผ่านมาเน็ตฟลิกซ์มักทำลิมิเต็ดซีรีส์ออกมาค่อนข้างดีดูได้แทบทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้คือลงเหวในทุกๆ ด้าน เรียกว่าไม่แนะนำให้ดูด้วยประการทั้งปวง แต่ถ้าใครอยากเสียเวลาก็เชิญตามสบายเลย

เป็นซีรีส์เอาชีวิตรอดแบบ ไม่ได้หนักหน่วงเท่าไร เนื้อเรื่องจะเล่าถึงปมในชีวิตลิฟ มากกว่าเอาชีวิตรอดด้วยซ้ำ เนื้อเรื่องดราม่านะ แต่เราว่าดราม่าไม่ค่อยสุด เหมือนจะค่อยๆไต่ระดับแต่เราว่าก็ไม่สุดอยู่ดี ครึ่งๆกลางๆ มุมกล้องและภาพสวย นักแสดงเอาบทอยู่ ความตื่นเต้นไม่ค่อยมีมากเท่าไร

แม้แต่ฉากลิฟวิ่งตาม เสียงเครื่องบินเรา ยังไม่รู้สึกลุ้นไปกับซีรีส์เลยฮ่าๆ ตัวเอกก็สู้ที่จะเอาชีวิตรอดจริงๆ เธอทำทุกอย่างเพื่อออกจากป่า ต่อให้หินทับหรืออะไร เธอก็ไม่หยุดจะหาวิธีเอาตัวรอด ซึ่งมันก็สอดคล้องกับ ชื่อซีรีส์ จนกว่าจะหมดลม ถ้าไม่หมดลมก็จะทำทุกทางเพื่อออกจากป่านี่ ลิฟจะออกจากป่าได้มั้ย ทำไมเธอถึงต้องไปอินูวิกให้ได้ และปมในชีวิตของลิฟคืออะไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *